นอกจากการตรวจเส้นเลือดแล้ว
ยังมีเทคนิคพิเศษอื่นๆที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพในการตรวจ
MRI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ซึ่งจะช่วยให้การวินิจฉัยโรคได้ถูกต้อง
,แม่นยำ ,รวดเร็ว และที่สำคัญคือปลอดภัยสูง
เทคนิคต่างเหล่านี้
เช่น
MRCP การตรวจท่อทางเดินน้ำดีและถุงน้ำดี
สามารถทดแทนการตรวจโดยการส่องกล่องทางปากหรือการแทงเข็มผ่านหน้าท้องเข้าไปเพื่อฉีดสีและ
X-RAYS ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมากและยังให้ข้อมูลได้จำกัดเฉพาะจุดที่มีการอุดตันเท่านั้น
แต่ด้วยวิธีตรวจแบบใหม่นี้
จะสามารถให้ข้อมูลของอวัยวะโดยรอบรวมทั้งบริเวณที่เหนือจุดที่มีการอุดตันขึ้นไปได้อย่างชัดเจน
และที่สำคัญคือไม่ต้องเสี่ยงใดๆเลย
โรคที่เหมาะสำหรับการตรวจด้วยวิธีนี้
เช่น โรคนิ่วในระบบทางเดินน้ำดี,
เนื้องอกหรือมะเร็งทั้งในท่อน้ำดีและบริเวณโดยรอบซึ่งทำให้เกิดการอุดตัน,
โรคพยาธิใบไม้ในตับ,
โรคดีซ่าน(ตาเหลืองตัวเหลือง)
เป็นต้น

MR Urography
คือการตรวจระบบทางเดินปัสสวะโดยไม่ต้องฉีดสี
เพื่อค้นหาจุดที่เกิดการอุดตันโดยนิ่วหรือเนื้องอก

MRA Renal Artery
การตรวจเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณ
ไตทั้งสองข้าง ซึ่งมีขนาดค่อนข้างเล็ก
จึงจำเป็นต้องฉีด Gadolinium
เพื่อช่วยเพิ่มความชัดเจนยิ่งขึ้น
แต่ก็ยังคง ความปลอดภัยกว่าการฉีด
Iodine Base Contrast ซึ่งใช้ในการ ตรวจด้วยX-rays
เพราะมีปริมาณและความเป็นพิษต่ำกว่า

MRA ของเส้นเลือดแดงใหญ่บริเวณท้องและต้นขา
ซึ่งจะพบว่ามีการตีบแคบ
ถึง 2 แห่ง ตามลูกศร ทำให้เกิดอาการขาบวม

MR Cisternography
คือการตรวจช่องน้ำไขสันหลังภายในสมอง
เพื่อหารอยรั่วซึม
บริเวณฐานสมอง ซึ่งแต่เดิมจะต้องฉีดสารทึบรังสีเข้าสู่ไขสันหลังบริเวณเอว
แล้วจับผู้ป่วยยกเท้าขึ้นสูง
เพื่อเทสีที่ฉีดให้ไหลขึ้นสู่สมอง
แล้วจึงทำการถ่ายภาพด้วย
x-rays หรือ CT Scan เพื่อค้นหาจุดที่มีรั่วซึมของน้ำไขสันหลัง
ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้จะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
และความยุ่งยากในการตรวจ
แต่ในปัจจุบันนี้เราสามารถตรวจได้ง่ายดาย
สะดวกสบาย ปลอดภัย และยังชัดเจนกว่าด้วยเครื่องMRI
โดยไม่จำเป็นต้องฉีดสารใดๆเลย